วันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555
ต้องทำ&อยากทำ
ช่วงนี้เป็นช่วงการสอบFinal ที่โรงเรียน อยากบอกว่า จะป่วยมาก เพราะวิชาของวันที่ สอง ที่จะสอบในวัน พรุ่งนี้(5 มีนา) มันมีตัวเก็งอย่าง ฟิสิกส์ และเคมี วิชาที่เีรียกได้ว่า เอาฆ้อนมาทุบหัวให้ตายเลยดีกว่า ฉันละไม่ชอบที่สุดคือการคำนวณ นอกจากจะไม่มีพื้นฐานความเข้าใจแล้วยังต้องท่องสูตร และทำข้อสอบยากมหาโหด(เรื่องจริงหรือคิดไปเอง ไม่รุแต่รุว่ามันยากแน่) ไอ้เราๆพื้นฐานไม่แน่น ยังต้องให้มาพลิกแพลงอีก ไม่ไหวนะ เฮ้อ..
เริ่นเกริ่นนำมา ก็ขอบ่นหน่อยเหอะ เพราะฉันอยากระบายจริงๆ วันนี้ทั้งวันไม่มีสมาธิเลย แม่เจ้า ยังก่ะคนบ้า เดินไปเดินมาหาที่นั่งอ่านหนังสือดีๆ บ้างก็อยากคลายเครียด ปั่นจักรยานไปมาๆ ขึ้นเขาลงดอย เป็นว่าเล่น หวังจะช่วยคลายความเครียดจากการอ่านหนังสือ ยิ่งถ้าไม่เข้าใจจะยิ่งปวดหัวมาก พยายามหาคำมาอธิบายข้อสงสัย แต่มันไม่ช่วยเลย จะสอบเเล้วนะ ทำไมกันเนี่ย แม่เจ้าาา ดีที่เว้นระยะสอบห่างจากวันแรก 3 วัน แต่เรากลับคิดว่าการเว้นห่างขนาดนี้มันทำให้ เกิดความเฉื่อย.. ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว โดนยุยงจากกิเลสทั้งหลาย สุดท้ายก็คือไม่ได้อ่านและมาเร่งภายหลัง ถ้าคิดทางดีก็คงสำหรับให้เวลาเราอ่านมากๆๆ แต่ถ้าไม่รุจักแบ่งเวลาก็จะล่มแน่
ฉันรู้ตัวเองมันก็สายไป เพราะรู้ว่าการจัดการเวลาของฉันมันไม่ใช่ ฉันเสียเวลาไป 1 วันกับการทำเรื่องไร้สาระ ดูหนัง เล่นเฟส บลาๆๆ ตื่นสายอีกแนะ ไม่มีใครผิดหรอก ฉันเนี่ยแหละผิด คนรอบข้างก็ได้แค่เตือน บอกเลย่วา ป้าฉันพูดเลยว่า "ก็เพราะมัวแต่เล่นอินเตอร์เน็ต พอได้คะแนนน้อยก็บ่น" ถ้าจะบอกว่าคะแนนไม่ดีก็ไม่แปลกเพราะฉันไม่ได้ทุ่มเทให้มันเท่าที่ควรไงล่ะ คำว่า ทุ่มเทของฉันนเท่าไรกันนะ ถึงจะเพียงพอให้ฉันได้เกรดงามๆ ฉันต้องทำยังไงดี ตอนนี้มันรู้สึกขี้เกียจไปหมด จะทำอะไรก็ต้องอยู่ที่อารมณ์ตลอด จนนบางครัั้งฉันคิดว่า การที่เรา "ต้องทำจึงทำ" กับ "อยากทำจึงทำ" แบบไหนจะดีกว่ากันเหรอ การอ่านหนังสือ เป็นเรื่องที่เรา "ต้องทำ จึงต้องอ่าน เพื่อทำข้อสอบได้" แต่อารมณ์เราออกมาในแง่
"ไม่อยากอ่าน แม้ต้องอ่าน ฉันจึงรอคอย รอคอยให้ถึงช่วงที่ฉัน อยากอ่าน ฉันจึง อ่าน"
เมื่อไร? ฉันไม่ทราบ ฉันไม่สามารถบอกได้ ฉันทำแบบนี้อยู่หลายครั้ง จนรู้ว่า การรอคอย รอคอยที่จะทำ มันไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย ได้แต่รอ รอ แล้วเมื่อไรฉันจะได้ทำสักที ทำในสิ่งที่ต้องทำ การจะทำอะไร ไม่ควรเอาความรู้สึกเราเป็นเกณฑ์เสมอไป เพราะเราควรอดทนทำสิ่งที่ตัวเองไม่อยากทำ เรียกง่ายๆว่าหักดิบ การทำตามใจตัวเอง จะทำให้เรา เคยชิน จน เคยตัว... เคยตัวกับความสบายเอาแต่ใจของตัวเอง จนเป็นคนที่ทำอะไรไม่สำเร็จ ทำอะไรไม่เต็มที่ อาการแบบนี้ เป็นสิ่งร้ายกาจที่จะขัดขวางความสำเร็จส่วนหนึ่งก็่ว่าได้
** หวังว่า การที่ฉันได้พิมพ์ไดอารีนี้ลงไปจะทำให้ฉันเข้าใจตัวเองมากขึ้นและลุกไปอ่านหนังสือได้แล้ว ตอนนี้ ไฟติ้งๆๆ สอบพรุ่งนี้สู้ๆๆ
วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
เชื่อว่าทุกคนคงจะเคย"อิจฉา"
ขอบ่นหน่อย (เขาว่าการบ่นเป็นเรื่องที่ดีไม่ควรเก็บไว้นะเดี๋ยวเก็บกด) เฮ้ออ ทำไมชีวิตของฉันถึงได้รู้สึกไม่มีความสุขนะ มันรู้สึกไม่ดีเลย ที่ต้องคอยอิจฉาคนอื่น มันไม่ดี และทำร้ายตัวเองชัดๆ เราควรจะยินดีกับเขาไม่ใช่เหรอ? ฉันก็ได้แต่พยายามคิดแบบนั้น และทำตัวให้เป็นตัวของเรา แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแบบนั้น อาจจะเป็นเรื่องหน้าตา เรื่องเรียนเรื่องอื่นๆ ที่คอยกวนใจ ทำไมเหรอ ก็แค่หน้าตาฉันมันไม่ได้น่ารัก ทำไมเหรอที่เรื่องเรียนฉันทำได้ไม่ดีพอ เกรดฉันลดลงตั้งแต่ขึ้นม.4 ทำไมๆๆ ถึงอย่างงั้นฉันก็ไม่ใช่คนที่ริษยาปองร้ายใครหรอก ก็ได้แต่คิดว่า ข้อดีของเขานั้น ฉันก็อยากจะทำได้บ้าง แค่พยายาม และทำตัวให้เป็นเรา แบบของเรา สไตล์เรา แม้คนอื่นจะว่ายังไง ถ้าสิ่งที่เราเป็นคือใช่แล้ววว ก็ไม่ต้องไปคิดอะไรให้มันมากเลยจริงไหม ส่วนเรื่องอิจฉาคนอื่น ฉันได้ไปอ่านบทความหลายอย่างมา เขาบอกว่า "ที่เขาได้ดี ก็เป็นเพราะเขาลำบากมาเยอะ เหนื่อยมาเยอะ เขาก็ควรจะได้รับสิ่งตอบแทนที่ดีบ้าง จริงไหม เพราะ การกระทำนั้นไม่ทิ้งผู้ปฏิบัติหรอกนะ ทำดีก็ต้องได้ดีแน่ พยายามมาก ผลความสำเร็จก็จะมีมาก.." คิดได้อย่างนี้เเล้วฉันก็รู้สึกชื้นใจและรู้สึกดีใจไปกับคนอื่นนะ ฉันจะไม่คิดว่ามัน ไม่มีโอกาส ไม่โชคดี ไม่รวยไม่สวย เหมือนเคนอื่น บลาๆๆ เพราะ "เมื่อไม่มี ก็สร้างมันขึ้นมา" ใครเข้ามาอ่านก็อย่าหาว่าเราเป็นคนไม่ดีนะ ที่ไปอิจฉาคนอื่นเขา ใครก็ไม่อยากเหรอกนะ ^V^ ถ้าใครอยากบ่นก็บ่นที่บล็อกเราได้เลย บ่นแล้วปล่อยมันให้หมดแล้วไปเร่ิมใหม่อีก เริ่มสิ่งดีๆใหม่นะ แล้วเจอกันอีกจ้า
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)

